เนื่องจากเมื่อซัก3-4เดือนก่อนก็เริ่มรู้ตัวว่าตั๋วฟรีที่แลกไว้และเลื่อนแล้วเลื่อนอีกมันจะหมดอายุแล้ว ก็เลยชวนเรนคุงไป Pre-Honey Moon#3 ที่ประเทศญี่ปุ่น โตเกียว-ฮิโรชิม่า-มิยาจิมะ-เกียวโต-โตเกียว เป็นเวลา 11วันในเดือนพฤศจิกา เป็นทริป"กินอย่างเดียวเที่ยวไม่สน".. ไม่ช๊ายยย โดยหลักๆก็ไปช็อปปิ้งแหล่งอนิเมและของสะสม ชมธรรมชาติและวัด กิน แล้วก็แช่น้ำพุร้อน..
ล่วงเลยมา 3 เดือนและ ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มรีวิวทริปซะที เริ่มจากเรื่องสำคัญสุดก่อน นั่นก็คือของกิน!!
ขออภัยที่รูปไม่ค่อยชัด กล้องตัวที่เอาไปมันเคยตกพังมาแล้ว หลังซ่อม LCD มันไม่ค่อยดี เลยไม่เห็นจนเอามาลงคอมว่ารูปมันไม่ค่อยชัด + Quality save ต่ำด้วย เนื่องจาก Net ที่ทำงานมัน 56 แรงk อัพใหญ่ๆขี้เกียจรอ..

มาเริ่มกันด้วยก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อฮั่งเพ้งภายในสนามบินสุวรรณภูมิ สนนราคาชามละ 150-170บาท(ถ้าจำไม่ผิดนะ นานแล้วอ่ะ) น้ำเปล่า 50-90 แล้วแต่ร้าน ส่วนขวดที่เห็น(นิดเดียว)นี่ คุณพี่ที่ Information ใจดีให้มาหลังจากที่เราถามเค้าว่าซื้อน้ำได้ที่ไหน อยากบอกว่าก๋วยเตี๋ยวอร่อยจริงๆ แต่ราคานี่โหดจัง แล้วมาบ่นว่ายอดขายไม่ถึงเป้า.. ถึงก็บ้าแระ..
ถึงญี่ปุ่นตอนเช้าราวๆ 9 โมง ก็นั่งรถไฟเอาของไปเก็บที่ที่พักแล้วจึงเดินทางมาสถานที่แรกคือสถานี Uenoที่ตั้งของ Ameyoko และ ตึกม่วงนั่นเอง

สับปะรดเสียบไม้ที่อาเมะโยะโกะ(แผงลูกกวาด) เมล่อนก็มีราคาเดียวกัน

Kebab (เขียนไงหว่ะ) ของกินที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น

ทาโกะยากิยักษ์ในแก้วโค้ก

ลูกเดียวอิ่ม..
และก็มีถึงอาหารมื้อแรกของวันแรก ที่ร้านข้าวหน้าแกงกะหรี่ราคาย่อมเยาแต่รสชาติใช้ได้ในซอยข้างๆอาเมะโยะโกะ ราคาข้าวจานละประมาณ 400-500 กว่าเยน ไม่แพงเลย น้ำเปล่าฟรี แต่ Soft Drink 120-150 เยน ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับอาหาร

ก่อนอื่นดูรูปและชื่อของอาหารจาก mock up (เรียกงี้ได้ป่าว?) หน้าร้านแล้วก็เข้าหยอดคูปองที่ตู้เองที่ตู้ หาที่นั่งแล้วก็ยื่นคูปองให้คนขาย

ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดของเรนคุง

ข้าวแกงกะหรี่คร็อกเก้ของเราเอง
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จก็เดินเล่น ซื้อของสะสมต่างๆจากร้านข้างๆสถานีแล้วจึงเดินทางต่อไปเป้าหมายที่2ของวันนี้ Ikebukuro
ถึงอิเคะบุคุโระก็เดินเล่นดูข้าวของจนไปถึงตึด Sunshine City ที่ตั้งของ Namco Food Theme Park ก่อนเข้าก็แวะข้าน K-Card และร้านของเกี่ยวกับอนิเมรอบๆ กวาดของสะสมงามๆมาได้หลายชิ้น แล้วจึงเข้าไปกินข้าวเย็นใน Namco Food Theme Park ซึ่งด้านในแบ่งเป็นหลายส่วน มี Ice Cream Museum/ Cake Museum/ Gyoza Museumพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับร่างกาย และบ้านผีสิงแบบญี่ปุ่น
มาอธิบายเรื่อง Food Museum กับก่อน Food Musuem เป็นสถานที่ๆรวบรวมเอาร้านอาหารที่เชี่ยวชาญเฉพาะอย่างที่อร่อยและขึ้นชื่อมาจากทั่วประเทศญี่ปุ่น วางขายอาหารที่ขึ้นชื่อของร้าน เรื่องร้านจะมีการหมุ่นเวียน คือถ้าร้านไหนขายได้ไม่ดีก็จะถูกเตะออกไปและร้านใหม่ก็จะถูกเลือกเข้ามาแทน (แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนบ่อยๆนะ) มาดูรูปยั่วน้ำลายกันดีกว่า
เริ่มจาก Ice-Cream ก่อน

อันนี้เป็นโปสเตอร์ Ice King, Ice Queen และ Ice Kid เป็นการจัดอันดับไอศกรีมโดยแยกเป็นไอศกรีมสำหรับผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก

บนผนังมีถ้วยไอศกรีมจำนวน รวบรวมเอาไอศกรีมที่มีขายอยู่ทั่วประเทศปุ่นมาให้ชมกัน

ทั้วหมดที่มีในเมืองไทยได้ซักเสี้ยวนึงของที่นี่มั๊ยนะ??

แผนที่ไอติมขึ้นชื่อในแต่จะจังหวัด
นอกจากที่ถ่ายมาให้เห็นนี่ยังมีข้อมูลความรู้อื่นๆอีกเยอะแยะ อย่างเช่นเรื่องประวัติศาสตร์ไอติมในญี่ปุ่น น่าเสียดายเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย

ของจริงก็มีขายเต็มห้องใหญ่ๆห้องนึง

หรือจะเลือกทานจากร้านในบริเวณร้านค้า อันนี้เป็นร้าน Soft Cream ซึ่งเป็นชื่อเรียกไอติม Soft Serve ในญี่ปุ่น ส่วนคนไทยไม่แน่ใจว่าเรียกว่าอะไร ไอติมหมุนๆ? ไอติมแม็ก?

เมนู มีให้เลือกกว่า 20 รส รวมทั้งรสวาซาบิ หรือแกงกะหรี่..

เลือกมา 4 รส 580 เยน มีนมจากฟาร์มอะไรซักอย่าง จำชื่อไม่ได้ (ใช่ มีหลายฟาร์มให้เลือกนะ) Sweet Poteto, Strawberry และ Melon

ร้านนี้ขายไอติมจากธรรมชาติ มีผักผลไม้ต่างๆ รวมทั้งรสซากุระด้วย

ร้าน Gelato (เจลาโต้)ที่หน้าตาเหมือนSoft Cream แนวตะวันตก มีรสให้เลือกไม่เท่าร้านแรก แต่มี Ice Queen อันดับ 1 คือรสงาดำ

ร้านนี้มี Ice King อันดับ1 อยู่ มีไอติมไรไม่รู้ดูเหนียวๆ

ร้านนี้ขายเครปไอติม..
นอกจากที่เห็นก็ยังอีกหลายร้าน รวมทั้งร้านไอติมผัดแบบเดียวกับที่พารากอน (ซึ่งไม่อร่อยเลย..) เห็นแล้วก็คิดถึง Cold Stone Creamery อยากกินจัง..
แค่นี้ก่อนละกัน วันแรกยังไม่จบเลย เหอๆ ยังเหลือพิพิธภัณฑ์เค้กกับเกี๊ยวซ่าอยู่ โปรดติดตามตอนต่อไปน้า~